จาก chatbot ธรรมดา สู่ AI ที่ทำงานแทนเราได้ - เราเติมอะไรเข้าไปบ้าง?
เวลาเราใช้ ChatGPT หรือ Claude ครั้งแรก - เราพิมพ์คำถาม ได้คำตอบ จบ นั่นคือ LLM (Large Language Model) ในรูปแบบพื้นฐานที่สุด: ข้อความเข้า → ข้อความออก
แต่อยู่ ๆ มาวันหนึ่งเราเห็น AI ที่:
- เข้าเว็บหาข้อมูลให้
- อ่านไฟล์ในเครื่องเรา
- รันคำสั่ง terminal
- เขียนโค้ด สร้างไฟล์ รัน test
- ทำงานต่อเนื่องเป็นสิบนาทีโดยไม่ต้องคอยบอกทุกขั้นตอน
เราเติมอะไรลงไปบ้าง? - จาก chatbot ธรรมดากลายเป็น agent ได้ยังไง?
🧱 เริ่มจาก LLM เปล่า ๆ
LLM คือ "เครื่องทำนายคำถัดไป" - มันเห็นข้อความก่อนหน้า แล้วเดาว่าคำต่อไปควรเป็นอะไร
[ผู้ใช้ถาม] → [LLM] → [คำตอบ]
สิ่งที่ LLM ทำไม่ได้ ในสภาพนี้:
- จำว่าเมื่อวานเราคุยอะไรกัน (ไม่มี memory)
- ค้นหาข้อมูลในเน็ต (ไม่มี tool)
- รู้วันที่วันนี้ (ถูก train ด้วยข้อมูลเก่า)
- ทำอะไรบนเครื่องเรา (ไม่มีสิทธิ์)
มันคือสมองที่เก่ง - แต่ไม่มีแขน ไม่มีขา ไม่มีความจำ
➕ Layer 1: System Prompt - ใส่ "บทบาท" และ "กติกา"
สิ่งแรกที่เราเติม: system prompt - ข้อความที่บอก LLM ว่า "คุณเป็นใคร" และ "คุณทำอะไรได้บ้าง"
คุณคือ AI ผู้ช่วยชื่อ Hermes คุณทำงานบนเครื่อง Linux ของผู้ใช้ คุณตอบเป็นภาษาไทย อ่านง่าย เป็นกันเอง
System prompt คือ "job description" ของ AI - มันเปลี่ยน LLM จาก "เครื่องทำนายคำ" เป็น "ผู้ช่วยที่มีตัวตน"
➕ Layer 2: Tool Calling - ใส่ "แขน" และ "ขา"
LLM เก่งเรื่องภาษา แต่มันกดเครื่องคิดเลขไม่เป็น - เราก็เลยให้ เครื่องมือ (tools) กับมัน
วิธีทำงาน:
- ผู้ใช้: "เช็คสภาพอากาศกรุงเทพวันนี้"
- LLM คิด: "ฉันต้องเรียกฟังก์ชัน
get_weather(city='Bangkok')" - ระบบ: เรียก
get_weather()จริง → ได้ผลลัพธ์{ temp: 35, humidity: 70 } - ระบบ: ส่งผลลัพธ์กลับไปให้ LLM
- LLM: "วันนี้กรุงเทพ 35 องศา ความชื้น 70% ครับ"
Tools ที่เราให้ AI ได้:
| Tool | ตัวอย่าง | LLM ทำอะไร |
|---|---|---|
| Web search | search("ราคาทองวันนี้") |
ค้นเน็ต |
| File read | read_file("config.yaml") |
อ่านไฟล์ |
| Terminal | terminal("git status") |
รันคำสั่ง |
| Database | query("SELECT * FROM users") |
ถาม database |
สิ่งที่เปลี่ยน: LLM ไม่ได้แค่ "พูด" แล้ว - มัน "ทำ" ได้แล้ว
➕ Layer 3: Loop - ใส่ "ความต่อเนื่อง"
tool ครั้งเดียวอาจไม่พอ - LLM อาจต้องเรียก tool หลายรอบเพื่อทำงานชิ้นหนึ่งให้เสร็จ
- ผู้ใช้: "สร้างไฟล์ README.md ให้ project นี้"
- LLM → tool:
read_file("main.go")← อ่านก่อนว่ามีอะไร - LLM → tool:
search_files("*.go")← หาไฟล์ทั้งหมด - LLM → tool:
read_file("go.mod")← อ่าน module name - LLM → tool:
write_file("README.md")← เขียน! - LLM → ผู้ใช้: "สร้าง README.md เสร็จแล้วครับ"
นี่คือ Agent Loop - วงจร "คิด → เรียก tool → ดูผล → คิดต่อ → เรียก tool อีก" - ไปเรื่อย ๆ จนกว่างานจะเสร็จ
💡 สังเกต: ตอนนี้ LLM ไม่ได้ตอบทันทีแล้ว - มันใช้เวลา "ทำงาน" หลายวินาที หรือหลายนาที
➕ Layer 4: Memory - ใส่ "ความจำ"
Loop ช่วยให้ AI ทำงานต่อเนื่องใน session เดียว - แต่พอปิด session ทุกอย่างหายหมด
เราเติม memory - ระบบจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นข้าม session:
- Session 1: ผู้ใช้บอกว่า "ผมใช้ Go เป็นหลัก ชอบ pattern แบบนี้"
- Session 2: AI ทักว่า "คราวที่แล้วคุณบอกว่าชอบ table-driven test - จะใช้ pattern นั้นไหม?" ← จำได้!
Memory เก็บอะไร:
- ข้อมูลผู้ใช้ (ชื่อ, preference, ภาษาที่ชอบ)
- ข้อตกลงที่เคยทำไว้ ("ไม่ publish blog โดยไม่ขอ")
- วิธีการทำงานที่เคยสำเร็จ ("เวลาใช้ LED ต้องกด
button.click()")
➕ Layer 5: Planning & Reasoning - ใส่ "การคิดก่อนทำ"
LLM เก่งเรื่องตอบคำถาม - แต่เวลาเจองานซับซ้อน มันอาจ "ทำเลย" โดยไม่คิดก่อน
เราเติม reasoning - บังคับให้ AI "คิดดัง ๆ" ก่อนลงมือ:
ผู้ใช้: "หา condo ในกรุงเทพ ราคา 7-8 ล้าน ขนาด ≥60 ตรม."
AI คิด (reasoning):
- ต้องเข้าเว็บ
led.go.th- กรอกฟอร์ม: ประเภท=ห้องชุด, จังหวัด=กรุงเทพ, ราคา=7-8M, ขนาด≥60
- แต่เว็บมี CAPTCHA - ต้องอ่าน CAPTCHA ทีหลังสุด
- ต้องใช้
button.click()-form.submit()ใช้ไม่ได้- ถ้าไม่มีในห้วยขวาง → ขยายเป็นทั้งกรุงเทพ
AI ลงมือทำตามแผน → สำเร็จ
นี่คือ reasoning - AI ไม่ได้ตอบทันที แต่มัน "คิด" ก่อน - แล้วค่อยทำตามแผน
➕ Layer 6: Skills - ใส่ "ประสบการณ์"
พอ AI ทำงานซ้ำ ๆ - เราอยากให้มัน "จำวิธีทำ" และใช้ซ้ำได้โดยไม่ต้องคิดใหม่ทุกครั้ง
เราเติม skills - ไฟล์ที่บรรจุ "วิธีการทำงานที่พิสูจน์แล้ว":
# Skill: deepseek-balance
วิธีเช็คยอดเงิน DeepSeek:
1. อ่าน key จาก ~/.bashrc
2. เรียก curl https://api.deepseek.com/user/balance
3. แสดงผลเป็นภาษาไทย
คราวหน้าเวลา AI ต้องเช็คยอด - มันโหลด skill นี้ → ทำตามขั้นตอน → เสร็จใน 3 วิ - ไม่ต้องคิดใหม่
Skill = "ประสบการณ์ที่บันทึกไว้" - เหมือน SOP ขององค์กร
➕ Layer 7: Multi-Agent - ใส่ "ทีม"
งานบางอย่างใหญ่มาก - AI ตัวเดียวทำงานไม่ทัน
เราเติม delegation - AI spawn ลูกน้องไปทำงานย่อย:
[AI หลัก] → "งานนี้มี 3 อย่าง: 1) research Go 1.27, 2) เขียน blog, 3) โพสต์"
→ spawn subagent 1: research Go 1.27
→ spawn subagent 2: ออกแบบโครงสร้าง blog
→ รอผล → เขียน blog → โพสต์
ทำงานพร้อมกัน - เสร็จเร็วขึ้น - เหมือนมีทีมช่วย
🧩 ประกอบร่าง - Agentic AI
เอา Layer ทั้งหมดมารวมกัน:
LLM เปล่า
+ System Prompt → มี "ตัวตน"
+ Tool Calling → มี "มือ" ทำงานได้
+ Loop → ทำงานต่อเนื่อง ไม่ใช่ตอบทีเดียวจบ
+ Memory → จำได้ข้าม session
+ Reasoning → คิดก่อนทำ
+ Skills → ใช้ประสบการณ์ซ้ำ
+ Multi-Agent → มีทีมช่วย
─────────────────────────────────────
= Agentic AI
Agentic AI ไม่ได้ฉลาดกว่า LLM - มันแค่มี "เครื่องมือ" มากกว่า และถูกออกแบบให้ "ทำงาน" ไม่ใช่แค่ "ตอบ"
🎯 สรุปให้เห็นภาพ
┌──────────────────────────┐
│ User: "สร้าง API" │
└──────────┬───────────────┘
▼
┌──────────────────────────┐
│ System Prompt: กติกา │ ← "คุณเป็น dev ที่ใช้ Go"
└──────────┬───────────────┘
▼
┌──────────────────────────┐
│ Reasoning: คิดก่อน │ ← "ต้องสร้าง handler, service, repo"
└──────────┬───────────────┘
▼
┌────────────────┼────────────────┐
▼ ▼ ▼
┌─────────┐ ┌──────────┐ ┌──────────┐
│ Tool │ │ Tool │ │ Tool │
│ อ่าน │ │ เขียน │ │ รัน │
│ โค้ด │ │ ไฟล์ │ │ test │
└────┬────┘ └────┬─────┘ └────┬─────┘
│ │ │
└───────────┼────────────┘
▼
┌──────────────────────────┐
│ Loop: ทำซ้ำจนกว่าจะเสร็จ │
└──────────┬───────────────┘
▼
┌──────────────────────────┐
│ Memory: บันทึกสิ่งที่เรียนรู้│ ← "คราวหน้าใช้วิธีนี้"
└──────────────────────────┘
ต่อไปจากนี้ พอเข้าใจตรงนี้แล้ว - เวลาอ่านเรื่อง MCP (Model Context Protocol), ACP (Agent Client Protocol), RAG (Retrieval-Augmented Generation) - คุณจะเห็นว่ามันคือ layer ที่เติมเข้าไปเพิ่ม:
- MCP = วิธี standard ในการให้ tool กับ AI
- RAG = วิธีให้ AI "อ่านเอกสาร" ก่อนตอบ
- ACP = วิธี standard ในการคุยระหว่าง IDE กับ agent
ทั้งหมดคือการเติม "layer" - และทั้งหมดเริ่มจาก LLM เปล่า ๆ ตัวเดียว
📚 อ่านต่อ
- Aider - Pair Programming กับ AI ใน Terminal - ตัวอย่าง agentic AI ที่ใช้จริง
- Anthropic: Building effective agents - แนวคิดการออกแบบ agentic system
Comments
No comments yet. Start the discussion.